บทที่ 5 หลับคิดว่าตาย

ร่างกายของซ่งชุยหยุน มิได้ผอมแห้งเช่นที่นางคิด เขาดูรูปร่างสมส่วน หากไม่เห็นใบหน้าที่ไร้สีเลือด กับการไอที่รุนแรง นางไม่มีทางเชื่อแน่ว่าเขากำลังจะตาย

“เฟิ่งเออร์...เจ้ามาทำอันใด หรือว่า...” เขามองนางอย่างสงสัย แต่พอนึกขึ้นมาได้ว่ามารดาได้บอกว่าจะหาหญิงสาวมาลงหลุมไปพร้อมกับเขา จึงได้เข้าใจว่าเหตุใดนางถึงมาอยู่ในห้อง

แต่ท่าทางของหลิงเฟิ่งตอนนี้ ไม่เหมือนหญิงบ้าที่วิ่งไปทั่วหมู่บ้าน แล้วนั่งเล่นดินโคลนที่เขาเคยพบเจอ แววตาของนางไม่ได้เลื่อนลอยเช่นเดิมอีกแล้ว แต่นางกำลังมองพิจารณาเขาอยู่

“หากเจ้ากลัว ข้าจะบอกท่านแม่ให้พาเจ้ากลับไปส่งที่เรือน ข้าไม่ต้องการให้เจ้าลงหลุมไปพร้อมกับข้า” เขามองนางอย่างเห็นใจ

แม้สิ่งที่เขาพูดนางจะฟังไม่รู้เรื่อง แต่ชุยหยุนก็ไม่ได้อยากให้นางต้องมาตายไปพร้อมกับเขา

“...” หลิงเฟิ่งยังเม้มปากแน่น ไม่เอ่ยสิ่งใดออกมา นางเคยมีประสบการณ์มาก่อน หากนางพูดเรื่องความลับออกไป เขาจะเป็นเหมือนเช่นตระกูลหลี่หรือไม่

แต่หากนางไม่ช่วยเขา แล้วเขาตายลงภายในวันนี้ ไม่ใช่ว่านางจะต้องถูกสังหารแล้วลงหลุมไปพร้อมเขาด้วยรึ

“ทะ ท่านแม่ ท่านพาเฟิ่งเออร์ออกไปเถิด อย่าได้ทำกับนางเช่นนี้” ชุยหยุนรวบรวมเสียงทั้งหมดที่มี ตะโกนออกไปให้คนที่อยู่ด้านนอกได้ยิน

“อาหยุน แม่จ่ายเงินซื้อตัวนางมาแล้ว หากเจ้าผ่านคืนนี้ไปได้ แม่จะไม่ทำอันใดนาง แม่จะดูแลนางเอง” จูซื่อสะอื้นไห้ออกมา

นางหมดความหวังแล้ว หมอในเมืองก็ไม่อาจช่วยยื้อชีวิตของชุยหยุนต่อไปอีกได้ ได้แต่ให้นางพาเขากลับมาที่เรือน เพื่อให้ทำใจ ด้วยไม่แน่เขาอาจจะไม่สามารถผ่านพ้นคืนนี้ไปได้

“ข้าจะอดทนจนกว่าจะผ่านคืนนี้ เจ้าไม่ต้องห่วง” เมื่อเห็นสายตาของหลิงเฟิ่งที่ดูจะเป็นกังวล ชุยหยุนได้แต่พูดปลอบใจนาง แม้เขารู้ดีว่าร่างกายของเขาไม่อาจจะผ่านคืนนี้ไปได้แล้ว

“...” หลิงเฟิ่งนางไปนั่งอยู่กับพื้นข้างมุมห้อง นางต้องการครุ่นคิดหาทางรอดเสียก่อน

ชุยหยุนเอง เมื่อเห็นว่าหลิงเฟิ่งนางไม่ได้เขย่าประตูห้องแล้ว เขาก็หลับตาลงเพื่อพักผ่อน

“อย่าหลับ” หลิงเฟิ่งตะโกนออกมา นางลืมไปว่านางไม่ควรพูดสิ่งใดทั้งนั้น แต่นางกลัวว่าเขาจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีกแล้ว

“หื้ม...ไม่หลับ ข้าเพียงแค่หลับตาเท่านั้น” เขามองมาที่นางอย่างแปลกใจ เมื่อครู่นางดูเหมือนไม่ใช่คนเสียสติสักนิด

หลิงเฟิ่งได้แต่หันหน้าหนีไปทางอื่น ด้วยกลัวว่าเขาจะจับพิรุธของนางได้ แต่หูของนางก็ยังฟังอยู่ว่าเขาพูดเช่นใด

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด หลิงเฟิ่งหันหน้าไปมองชุยหยุนอีกครั้ง ก็เห็นเขานอนนิ่งอยู่บนเตียง นางรีบคลานเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว

“อาหยุน อาหยุน” หลิงเฟิ่งเขย่าเรียกเขาเบาๆ แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ

“สวรรค์ ทำเช่นใดดี” นางเริ่มจะสติแตกแล้ว จะร้องเรียกคนข้างนอกก็ไม่ได้

หากว่าเขาหยุดหายใจไปแล้วจริงๆ มิใช่ว่านางจะต้องตายตามไปด้วยเลยรึ

“น้ำ น้ำ ชะ ใช่ ใช่แล้ว น้ำ” หลิงเฟิ่งเรียกน้ำออกมาใส่แก้วชาที่อยู่ข้างเตียง

ก่อนจะค่อยๆ ประคองชุยหยุน แล้วเทน้ำลงในปากของเขาช้าๆ

“กลืน กลืนเร็วเข้า” หลิงเฟิ่งร้อนใจไม่น้อย เมื่อน้ำที่นางเทใส่ปากของเขา มันไหลออกมาเสียเป็นส่วนมาก

“อืม...เจ้าทำ...แค่ก แค่ก” ชุยหยุนลืมตาขึ้นมามองหลิงเฟิ่งอย่างสงสัย แต่ถูกน้ำที่นางกรอกใส่ปากของเขาทำให้สำลักเสียก่อน

หลิงเฟิ่งทิ้งตัวชุยหยุนให้นอนไปตามเดิม ก่อนนางจะทรุดตัวนั่งลงกับพื้นอย่างหมดแรง

ชุยหยุน รู้สึกว่าร่างกายของตนมิได้ราวกับจะสิ้นอายุขัยเช่นก่อนหน้านี้แล้ว แม้แต่ความทรมานที่ต้องเจ็บภายในก็ดูราวกับจะหายไปจนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ลมหายใจที่ติดขัดก่อนหน้า เหมือนว่าจะหยุดหายใจได้ตลอดเวลากลับมาหายใจได้คล่องอีกครั้ง

“เจ้าเอาสิ่งใดให้ข้ากิน” เขาสามารถลุกขึ้นมานั่งบนเตียงได้โดยไม่ต้องมีคนช่วยประคองขึ้นมา

“...” หลิงเฟิ่งแสร้งกลับไปเป็นเช่นเดิมอีกครั้ง

“เลิกทำเป็นเสียสติได้แล้ว สิ่งที่เจ้าพูดทั้งหมดข้าได้ยินทุกคำ เมื่อครู่ข้ามิได้ตาย เพียงแค่หลับเท่านั้น” ช่วงหลังๆ มานี่ ชุยหยุนมักจะตื่นยาก เขาได้ยินทุกสิ่งแต่ไม่อาจบังคับตาให้ลืมขึ้นมาได้

หลิงเฟิ่งเหลือบตามองไปทางเขา ก็เห็นว่าชุยหยุนลุกขึ้นเดินมานั่งอยู่ข้างนางแล้ว

“หลับบ้าอะไร เรียกตั้งนานไม่ตื่น” หลิงเฟิ่งยังนั่งนิ่งอยู่กับที่

“ไม่ว่าเจ้าจะให้ข้ากินสิ่งใด ข้าล้วนแต่ขอบใจเจ้า หากเจ้าอยากกลับตระกูลหลี่ ข้าจะไปส่ง” เขาดึงมือของนางให้ลุกขึ้น

“ไม่ต้อง!!!” นางร้องออกมาเสียงดัง

“เจ้าไม่อยากกลับไปตระกูลหลี่รึ” เขาเลิกคิ้วมองนาง

“...” หลิงเฟิ่งพยักหน้ารับ ก่อนจะถอนหายใจออกมา

“เช่นนั้น เจ้าก็อยู่ที่เรือนของข้า อย่างไรท่านแม่ก็รับเจ้าเข้ามาแล้ว”

“...” หลิงเฟิ่งยังเม้มปากแน่น นางคิดอยู่ว่าหากพูดตามความต้องการออกไป เขาจะช่วยนางหรือไม่ หรือตระกูลซ่งเองก็จะเป็นคนโลภเช่นคนตระกูลหลี่

“เจ้ากินอันใดหรือยัง” เมื่อเห็นว่านางไม่ยอมพูด ชุยหยุนจึงได้เปลี่ยนเรื่องทันที

“ท่านช่วยข้าเรื่องหนึ่งได้หรือไม่” นางหันไปมองเขาอย่างจริงจัง

“เจ้ามิได้เสียสติเช่นที่ผู้อื่นว่ารึ หรือว่า...เจ้าหายดีแล้ว” เขาเองก็ตกใจไม่น้อยเช่นกัน เมื่อได้เห็นท่าทางของนางเต็มสองตา

“ข้าเพิ่งจะหายดี อย่างอื่นท่านไม่ต้องรู้ ท่านช่วยข้าเอาใบทะเบียนแยกเรือนจากคนตระกูลหลี่มาได้หรือไม่”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป